Loading...
Home » » #ยกเลิกการลดโทษ กับผู้ต้องหาที่ทำความผิดซ้ำอย่างไร้สำนึก.

#ยกเลิกการลดโทษ กับผู้ต้องหาที่ทำความผิดซ้ำอย่างไร้สำนึก.



ตามที่ปรากฏเหตุการณ์คนร้ายคือ นายกิตติกร วิกาหะ และนายสุพัฒชัย จันทร์ศรี ร่วมกันกระทำความผิดชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีดแทงและปาดคอ นายวศิน เหลืองแจ่ม (ชื่อเล่น มะปิน) อายุ ๒๖ ปี บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จนเสียชีวิต บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ ๒๗ แขวงและเขตลาดพร้าว เมื่อกลางดึกของวันที่ ๔ มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังจากก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นายวศินฯ แล้ว ฆาตกรทั้งสองคนยังก่อเหตุชิงทรัพย์ต่อเนื่องรวมกระทำความผิดถึง ๔ คดี ภายในคืนเดียว

จากการตรวจสอบประวัติของนายกิตติกรฯ พบประวัติเคยกระทำความผิดมาแล้วหลายครั้ง เช่น ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ความผิดตามพระราชกำหนดสารระเหย ความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืน ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามลำดับ แต่ไม่ไปรายงานตัวตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด รวมติดคุกมาแล้วถึง ๘ ครั้ง และเพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ ส่วนนายสุพัฒชัยฯ ผู้ร่วมก่อเหตุซึ่งทำหน้าที่ขับรถ แม้จะไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าแต่เมื่อสืบประวัติก็พบว่าเคยมีคดีมาแล้วมากมายและติดคุกมาแล้วถึง ๖ ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคดีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ ความผิดฐานครอบครองยาเสพติดประเภทยาไอซ์ ความผิดฐานเสพยาบ้า และความผิดฐานพรากผู้เยาว์ โดยก่อเหตุต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึง ๒๕๕๗ ก่อนที่จะถูกจำคุกในคดีผลิตน้ำกระท่อมร่วมกับนายกิตติกรฯ และเพิ่งพ้นโทษมาก่อคดีฆ่าชิงทรัพย์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้ความว่าคนร้ายทั้งสองคนรู้จักกันจากการเป็นนักโทษในคุกอีกด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อสารมวลชนและประชาชนทั่วไปอย่างยิ่ง เนื่องจากฆาตกรลงมืออย่างทารุณโหดร้ายกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังกระทำการอย่างอุกอาจกลางเมืองหลวงของประเทศโดยมิได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง และเมื่อได้ทราบข้อมูลประวัติของฆาตกรทั้งสองพบว่าเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้งแต่ยังคงกระทำความผิดซ้ำอย่างต่อเนื่องโดยมิได้กลับตัวกลับใจแต่อย่างใด ทำให้ประชาชนทั่วไปต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการในการลงโทษผู้กระทำความผิด รวมถึงระบบกฎหมายของประเทศอย่างกว้างขวาง เช่น การเรียกร้องให้มีการลงโทษประหารชีวิต (จริง) แก่ฆาตกร ไปจนถึงการแสดงความคิดเห็นต่อการบังคับใช้กฎหมาย เช่น

“คุกไทยไว้ขังคนจนเท่านั้น”

“กฎหมายประเทศไทยไม่ศักดิ์สิทธิคนไทยเคารพบูชาทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นกฎหมาย”

“ผู้ถูกกระทำหรือผู้เสียหายหากจะได้รับความยุติธรรมต้องดูก่อนว่าเป็นคนรวยหรือเป็นลูกคนใหญ่คนโตหรือไม่”

“ฆาตกรติดคุกหากรับสารภาพก็ได้ลดโทษทันทีกึ่งหนึ่งและเมื่อจำคุกไประยะหนึ่งก็จะได้พิจารณาลดโทษตามวาระต่าง ๆ รวมติดคุกจริงเพียงไม่กี่ปีก็พ้นโทษ”

“เสียงร้องขอชีวิตจากเหยื่อไม่เคยถึงใคร แต่คำสารภาพจากคนร้ายกลับต่อชีวิตมัน”

“เรามีมาตรการมากมายเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และช่วยเหลือฟื้นฟูผู้กระทำความผิด แต่ในขณะเดียวกันเรากลับไม่มีมาตรการใดที่จะปกป้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง”

ความเห็นดังกล่าวเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สะท้อนถึงความคิดและทัศนคติของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน

ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้นหลายกรณีเกิดจากผู้กระทำความผิดที่เคยกระทำความผิดมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งก็มักที่จะได้รับมาตรการฟื้นฟู เยียวยา จากภาครัฐ รวมถึงการลดโทษเพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับอิสรภาพออกมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้เร็วกว่ากำหนด อย่างไรก็ตาม ยังคงมีหลายกรณีที่ผู้กระทำความผิดมิได้เห็นคุณค่าของการได้รับโอกาสดังกล่าว แต่กลับมีพัฒนาการของการกระทำความผิดซ้ำและรุนแรงมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากการกระทำความผิดเล็กน้อยและพัฒนาจนกระทั่งก่อเหตุสะเทือนขวัญเช่นกรณีการสูญเสียมะปินในครั้งนี้ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต่างไม่ต้องการให้เหตุการณ์ของมะปินเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเงียบหายไปตามกระแสข่าวอาชญากรรมที่มีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในปัจจุบัน และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ขึ้น สังคมก็จะตื่นกลัวและเรียกร้องหาแนวทางแก้ไข แต่แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไปจึงเป็นที่มาของวลีที่ดังขึ้นในใจของผู้ที่รักมะปินว่า “มะปินต้องไม่ตายเปล่า” นำมาสู่การจัดทำเฟซบุคชื่อ “Fight For Mapin” เพื่อเป็นพลังทางสังคมในการรณรงค์และผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยประสงค์ที่จะให้มีการปรับปรุงกฎหมายและระบบยุติธรรมของประเทศในประเด็นสำคัญ คือ การเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดโทษให้กับผู้กระทำความผิดซ้ำ รวมไปถึงมาตรการอื่นๆ ที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้ต้องไปเกิดขึ้นกับผู้ใดอีกในสังคม และเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะต้องไม่ใช้ชีวิตกันอย่างหวาดระแวงอีกต่อไป

โดยรายชื่อของท่านจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน และเป็นพลังสำคัญในการดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้

1. ยื่นต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อผลักดันให้รัฐบาลมีมาตรการปกป้องและคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. ยื่นต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อให้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายโดยกำหนดมิให้มีการลดโทษให้แก่นักโทษผู้กระทำความผิดซ้ำ หรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง

3. ยื่นต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อให้ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูประบบกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การลดโทษให้กับผู้กระทำความผิดซ้ำ หรือแนวทางแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขอขอบคุณที่มาจาก. www.change.org
Loading...

Popular Posts