Loading...
Home » » โซเชียลด่ายับ! #ผู้ปกครองโชว์ภาพเด็กหกล้มเลือดอาบครูไม่โทรแจ้ง หวั่นอันตรายถึงชีวิตเพราะเด็กเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว.

โซเชียลด่ายับ! #ผู้ปกครองโชว์ภาพเด็กหกล้มเลือดอาบครูไม่โทรแจ้ง หวั่นอันตรายถึงชีวิตเพราะเด็กเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว.









ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (10 ม.ค.60) หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่าจิตตวัฒนา คิดกล้า ได้นำภาพเสื้อนักเรียนสีขาวที่เลอะไปด้วยรอยเลือดของเด็กชายคนหนึ่ง หลังจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ตำบลปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และระบุว่าเลือดของเด็กคนนี้ไหลไม่หยุดเพราะเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ทำไมขณะเกิดเหตุครูที่โรงเรียนไม่แจ้งผู้ปกครองให้ทราบหากเด็กคนนี้เสียชีวิตขึ้นมาจะทำอย่างไร ช่วยตอบที ซึ่งกระทู้นี้ได้แพร่บนโลกโซเชี่ยลฯ โดยเฟซบุ๊กคุณจิตตวัฒนา คิดกล้า เมื่อเวลา 16.04 น.วันที่ 9 ม.ค.60 ที่ผ่านมา และมีการแชร์กันและวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ทั้งแง่บวก และแง่ ลบ














ซึ่งผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้ติดตามเฟซบุ๊กต่างๆในเขต อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จนกระทั่งทราบว่า เด็กนักเรียน ที่มีการกล่าวถึงคือเด็กนักเรียน ที่โรงเรียนบ้าบักดอก ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ทราบชื่อว่า ด.ช.คณิศร หรือน้องไบร์ท สุขจิตร อายุ 5 ปี 5 เดือน นักเรียนอนุบาล โรงเรียนบ้านมักดอก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านมักดอก ได้พบกับคุณครูวารี ช่างประเสริฐ ครูชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านมักดอก









เมื่อได้พูดคุยแล้วคุณครูวารี บอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงเที่ยงเศษๆเมื่อวันที่ (9 ม.ค.60) เป็นเวลาพักเที่ยงวัน คุณครูก็รับประทานอาหารกัน เด็กๆก็วิ่งเล่นกันช่วงพักเที่ยง น้องไบร์ท กับเพื่อนๆก็เล่นหยอกล้อกันที่สนามหน้าโรงเรียน และล้มไปถูกของแข็งคิ้วซ้ายแตกเลือดไหลอาบที่แก้ม ครูได้ช่วยกันเช็ดเลือดและทำแผลในเบื้องต้นและได้ประสางานไปยังอาสากู้ชีพตำบลตานีพื้นที่ใกล้เคียงมารับตัวไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลปรือทางพยาบาลให้การรักษาเบื้องต้นและมีบาดแผลต้องเย็บ ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปรือจึงส่งตัวไปรักษาแยบบาดแผลที่โรงพยาบาลปราสาทตนเองเป็นครูประจำชั้นก็ไปด้วยกันไปพบแพทย์ไปช่วยประสานงานในการรักษา เย็บบาดแผลและรับยามาให้เด็ก จนกระทั่งเวลาถึงบ่ายสามโมงเลิกเรียนก็เดินทางกลับมาที่โรงเรียน และป้าของเด็กก็มารับตัวกลับบ้านและได้อธิบายให้ป้าเด็กทราบแล้ว แต่ตนเองยอมรับที่ไม่ได้โทรศัพท์บอกผู้ปกครองเด็ก เพราะตนเองตกใจมากทำอะไรไม่ถูก โทรศัพท์ก็ไม่ได้เอาไปที่โรงพยาบาลด้วย ตนเองยอมรับส่วนนี้และได้เดินทางไปขอโทษยายของน้องไบร์ทถึงบ้าน ทำความเข้าใจกันแล้วทางบ้านเด็กก็ไม่ได้ติดอะไรเข้าใจกันดีแล้ว









ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ สาพิมพา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมักดอก บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนทางโรงเรียนได้ใส่ใจและดูแลเด็กอย่างเต็มที่ไม่ได้ปล่อยปะละเลย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะว่าวิ่งเล่นหยอกล้อกันล้มไปถูกของแข็งคิ้วซ้ายแตก ทางครูและโรงเรียนนำตัวเด็กไปรักษายังโรงพยาบาลใกล้เคียง ตำบลปรือ และนำตัวไปรักษาเย็บบาดแผลที่โรงพยาบาลปราสาท เราทำตามขั้นตอน เด็กไม่ได้กลั้นแกล้งกัน เกิดจากการเล่นหยอกล้อกันเล่น ครูก็พาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลและเด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียนทำประกันชีวิตไว้ทุกคน และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะญาติของเด็กนำไปลงในโลกโซเซียลฯ ไม่ใช่แม่ของเด็กแต่ทางโรงเรียนได้แจ้งป้าของเด็กตอนมารับเด็กกลับบ้านช่วงเลิกเรียนทำความเข้าใจกันแล้ว




จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางออกจากโรงเรียนบ้านมักดอก ไปยังบ้านพักของน้องไบร์ท ที่หมู่บ้านโคกพล หมู่ 17 ต.ปรือ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก ได้พบกับญาติๆของน้องไบร์ทและน้องไบร์ทที่ไม่ได้เดินทางไปโรงเรียนในวันนี้ พบว่าน้องไบร์ท มีผ้าปิดแผลติดที่คิ้วซ้ายบาดแผลมีอาการบวมเล็กน้อย น้องไบร์ทยังเล่นและพุดคุยด้วยท่าทางเป็นปกติ ไม่ซึมเศร้า









ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับยายมาลี พรหมา อายุ 54 ปี (คนที่น้องไบร์ทมาให้กอด) เป็นยายของน้องไบร์ท ยายบอกว่า ลูกสาวตนเองแต่งงานมีลูกสองคน มีน้องไบร์ท ลูกชาย และน้องสาว อีกคน พ่อ แม่ และพ่อ น้องไบร์ท ไปรับจ้างทำงาน ที่จังหวัดปทุมธานี กลับมาบ้านช่วงปีใหม่ และได้เดินทางกลับไปทำงานที่ จังหวัดปทุมธานี เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกสองคน โดยเฉพาะน้องไบร์ท ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ตรวจพบเมื่ออายุ 3 ปีเศษๆทำการรักษามาต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปีแล้ว แม่กับพ่อเขาต้องไปหาเงินเพื่อรักษาตัวน้องไบร์ท เพราะทางบ้านค่อนข้างลำบาก ส่งเรื่องที่เกิดขึ้น หลานกลับมาบ้านมีเลือดที่เสื้อเลอะไปหมด และมีบาดแผลที่คิ้วซ้าย ตนเองตกใจมากกลัวว่าหลาน จะเป็นอะไรมาก และคุณครูประจำชั้นก็ได้มาทำความเข้าใจกันที่บ้าแล้วหลังจากพาน้องไบร์ทไปรักษา ก็ไม่ได้ติดใจอะไรกัน









ด้านของภาพแชร์ต้นเรื่อง ที่นำไปแชร์ในโลกโชเซียล นางสาวจิตวัฒนา คิดกล้า ซึ่งเป็นน้าของน้องไบร์ท บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองตกใจมาก ที่เห็นหลานกลับมาถึงบ้าน มีเลือดเลอะตามเสื้อผ้า มีบาดแผลที่คิ้วซ้าย ตนจึงเรียกหลานมา และถอดเสื้อออกถ่ายภาพ ลงเฟสบุ๊ค ในนามชื่อตนเอง อยากเรียกร้องให้คุณครูที่โรงเรียน รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น ทำไมคุณครูที่โรงเรียนไม่แจ้งผู้ปกครองให้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทันที เพราะตนเองห่วงหลาน เพราะหลานเป็นโรคมะเร็งที่เม็ดเลือดขาว เกรงว่าบาดแผลที่เกิดขึ้น เป็นอันตรายต่อชีวิตเด็ก และตนเองก็ไม่คาดคิดว่าพอลงเฟซบุ๊กมีคนลงความเห็นกันมากมาย ตนไม่ต้องการให้ใครมาด่าใครโจมตีใคร และได้ลบกระทู้ออกไปแล้ว คุณครูประจำชั้นอนุบาลน้องไบร์ท ก็เป็นคุณครู ที่เคยสอนตัวเองมาก่อน และได้ทำความเข้าใจกันแล้ว ไม่ได้โกรธคุณครูแต่อย่างใด ทุกคนเข้าใจกันหมดแล้ว




ขณะที่นายแพทย์ชุมนุม วิทยานันท์ ผอ.โรงพยาบาลปราสาท กล่าวในเรื่องนี้ว่า ทางโรงพยาบาลปราสาท ได้รับเด็กชายอายุ 5 ขวบ 5 เดือนมาทำการรักษา มีประวัติเป็นมะเร็งที่เม็ดเลือดขาว มารับการรักษาที่มีบาดแผลคิ้วซ้ายยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ไมลึก แต่ไม่ลึกสาเหตุเกิดจากการวิ่งหกล้ม ไม่มีอาการสลบ ปวดศีรษะ คลื่นไส้แต่อย่างใด และดูประวัติการเจาะเลือด มาเจาะเลือดเมื่อวันที่ 18 พ.ย.59 ผลการเจาะเลือดปกติดี แพทย์ผู้รักษาได้เทการล้างบาดแผล เย็บแผล ให้ยาแก้ปวดแก้อักเสบและได้แนะนำให้ทำการล้างแผลที่โรงพยาบาลประจำตำบล ผลการรักษาไม่กระทบกับโรคเดิม ที่น้องเขาเป็นอยู่









Cr. http://www.77jowo.com/contents/2964/
Loading...

Popular Posts