Loading...
Home » » #สลดใจ! แม่บ้านช็อกหนักพบทารกถูกทิ้งเอาไว้ห้องน้ำหอพัก เมื่อความจริงเป็นยังไงถึงกับอึ้ง สงสารเด็กจับใจ ทำกันได้ลงคอ.

#สลดใจ! แม่บ้านช็อกหนักพบทารกถูกทิ้งเอาไว้ห้องน้ำหอพัก เมื่อความจริงเป็นยังไงถึงกับอึ้ง สงสารเด็กจับใจ ทำกันได้ลงคอ.



เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นให้เห็นกันบ่อยๆเกี่ยวกับกรณีสาวใจแตกมีลูกก่อนวัยอันควร แล้วตัดสินใจแก้ปัญหาโดยการทำแท้งกันบ้าง คลอดออกมาแล้วนำไปทิ้งกันบ้าง ที่ใครเห็นแล้วต่างสาปแช่งประณามว่าจิตใจทำด้วยอะไรกันนักหนา ถึงโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้ รวมไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหอพักพนักงานโรงงานรองเท้าแห่งหนึ่ง

วันหนึ่งแม่บ้านประจำหอพักได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังออกมาจากตึก จึงรีบวิ่งขึ้นไปตามหาต้นเสียง จึงพบว่าเสียงดังออกมาจากห้องน้ำชั้น 6 เมื่อเดินเข้าไปดูก็พบว่า ในคอห่าน มีเด็กทารกเพศชายนอนอยู่ในกองเลือดอยู่ เธอก็เลยรีบวิ่งลงมาชั้นล่างเพื่อขอความช่วยเหลือทันที


แม่บ้านจึงรายงานเรื่องดังกล่าวให้ผู้จัดการหอพักได้ทราบ และรีบไปอุ้มเด็กขึ้นมาทันที "ใครมันช่างไร้หัวใจ พ่อแม่ของเด็กคนนี้เป็นใคร?" สมองเธอเต็มไปด้วยความสงสัย เธอรีบโทรแจ้งตำรวจ พร้อมๆกับเปิดกล้องวงจรปิดออกดู ภาพที่เธอเห็นทำให้ต้องอึ้ง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงเมื่อได้รับแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบรุดมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับติดต่อโรงพยาบาลเพื่อส่งตัวเด็กไปตรวจรักษา และตามหาแม่ของเด็กไปพร้อมๆกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า แม่ของเด็กน่าจะเป็นพนักงานในโรงงาน ดูได้จากภาพในกล้องวงจรปิด ช่วง 8 โมงเช้า มีผู้หญิงสวมเสื้อสีแดงคนนึงเข้าไปในห้องน้ำหญิงชั้น 6 หัวหน้าฝ่ายบุคคลได้เห็นภาพก็จำได้ว่าผู้หญิงเสื้อแดงคนนั้นเป็นพนักงานวัย 17 ชื่ออิง (นามสมมติ) พอรู้ตัวผู้เป็นแม่แล้ว ผู้จัดการโรงงานจึงไปตามอิงในฝ่ายผลิต ภาพที่ได้เห็นคือ เธอยังนั่งทำงานอยู่ตรงนั้น ด้วยสีหน้านิ่งๆ รอบๆตัวมีคนมากมาย ผู้จัดการโรงงานก็เลยเรียกเธอเข้ามาคุยในออฟฟิศ อิงยืนยันว่าเธอเป็นแค่เด็กสาวจะมีลูกได้ยังไง แต่ผู้จัดการโรงงานช่างสังเกตเห็นว่ามีคราบเลือดอยู่บนรองเท้าของอิง พอซักต่อไปอีกสักพัก อิงก็ยอมรับความจริง"ผู้จัดการหอพักได้เปิดเทปให้นักข่าวดูอีกครั้ง ภาพที่ได้เห็นนั่นก็คือ หญิงสาวรายหนึ่งได้เดินกุมท้องเข้าไปในห้องน้ำเมื่อเวลา 8:13:03 น. แล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ค่อยๆเดินกลับไปที่ห้อง ใช้เวลาทั้งหมด 1 นาที 49 วินาที หลังจากยืนยันตัวตนได้ว่าเป็นอิง ตำรวจก็พาเธอไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย คุณหมอบอกว่าร่างกายของเธอไม่มีปัญหาอะไร เพียงแค่มดลูกของเธอยังไม่สะอาดอาจเกิดการติดเชื้อได้ ต้องทำความสะอาดมดลูกก่อน จากนั้นคุณตำรวจก็ไปพบครอบครัวของอิง เพื่อเธอและลูกจะได้มีคนดูแล


ในห้องพักโรงพยาบาล มีผู้สื่อข่าวจำนวนมากให้ความสนใจมาสัมภาษณ์เด็กสาวแม่ลูกอ่อนรายนี้ อิงบอกกับนักข่าวว่า หนูชื่ออิง เกิดปี 1998 มีพี่ชาย 2 คนน้องสาว 1 คน แล้วนักข่าวก็เริ่มถามคำถามนักข่าว : หนูรู้ว่าตัวเองตั้งท้องตั้งแต่เมื่อไหร่?อิง : 4-5 เดือนที่แล้ว ตอนนั้นอยากอาเจียนบ่อยๆ ในท้องก็มีอะไรขยับ จนกระทั่งคลอดลูกออกมา หนูน่าจะท้องได้ประมาณ 9 เดือนนักข่าว : ไม่ได้บอกพ่อกับแม่หรออิง : กลัวบอกแล้วจะโดนด่า ก็เลยไม่ได้บอกใคร

นักข่าว : แล้วหนูปิดบังคนอื่นยังไง
อิง : ไม่มีใครสนใจหนู ไม่มีใครเข้ามาถาม
นักข่าว : แล้วช่วงท้องหนูทำยังไง
อิง : ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บ้าน หนูอยู่กับแม่ แล้วก็น้องสาว หนูต้องแบกปุ๋ยขี้วัวขึ้นเขาบ่อยๆ ต้องปลูกผักปลูกข้าวโพด มีเวลายังไปรับจ้างดำนา แม่เองก็ยุ่ง น้องต้องเรียนหนังสือ พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจหนู พ่อกับพี่ชายก็ไปรับจ้างทำงานที่อื่น นานๆถึงจะกลับมาบ้านซักที 10 กว่าวันก่อน หนูก็ได้งานทำที่โรงงานรองเท้าแห่งนี้

รูมเมทของอิง เล่าว่า แม้แต่เวลานอนอิงก็ไม่ถอดเสื้อผ้า เวลากินข้าวก็กินข้าวนอกคนเดียว บางทีก็เอากลับห้องมากินต่อ แถมอิงก็ดูท้วมๆตั้งแต่แรก พอใส่เสื้อผ้าหลวมๆก็ดูไม่ออกว่าตั้งท้อง
จนกระทั่งพอคุยไปเรื่อยๆ อิงก็เริ่มค่อยๆพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
นักข่าว : พ่อของเด็กเป็นใครล่ะ

อิง : เขาชื่อเหมา แก่กว่าหนูปีนึง อยู่เมืองข้างๆ นี่แหละ ปีที่แล้วตอนต้นปี คุณน้าได้แนะนำให้เรารู้จักกัน เราก็เลยคบกัน ตอนแรกว่าจะหมั้น ที่บ้านหนูขอสินสอด 10,000 แต่บ้านเขามีแค่ 5,000 ผู้ใหญ่ของสองครอบครัวก็เลยตกลงกันไม่ได้ ผ่านไปสักพักเราก็เลยเลิกกัน คิดไม่ถึงว่าหนูจะท้องตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

นักข่าว : แล้วตอนนี้เหมาอยู่ที่ไหน
อิง : ไม่รู้ค่ะ หลังเลิกกันก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย หนูแทบจะจำหน้าเขาไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ
นักข่าว : แล้วตอนแรกหนูเก็บเด็กไว้ ไม่ใช่เพื่อเขาหรอ
อิง : ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ชอบเค้าแล้ว แค่หนูกลัวไม่รู้จะทำยังไงดี ก็เลยไม่ได้ทำอะไร
นักข่าว : คลอดออกมาแล้ว ก็จะไม่เอาเด็กแล้วเหรอ

อิง : ตอนนั้นหนูปวดท้องมาก ก็เลยไปเข้าห้องน้ำ พอเห็นลูกหลุดออกมา หนูกลัวก็เลยรีบออกมาจากห้องน้ำ กลับห้องเปลี่ยนกางเกงแล้วก็ไปทำงาน คิดเพียงแค่จะลืมเรื่องนี้ไปเสีย
หลังจากนั้น ครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พาพ่อของอิงมาที่โรงพยาบาล และเตรียมผ่าตัดให้อิง
พ่ออิง : ลูกสาวผมยังไม่ได้แต่งงาน ผมไม่เอาเด็กคนนี้
นักข่าว : แล้วพวกคุณจะทำยังไงกับเด็กคนนี้

เขาตอบว่า เขาจะพยายามติดต่อกับบ้านของเหมา ให้เขาเอาเด็กไปเลี้ยง เหมาเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นพ่อคนแล้ว หลังจากกล่าวลาอิง นักข่าวก็ไปที่ห้องเด็กเพิ่งคลอด ลูกของอิงกำลังโดนให้น้ำเกลือ คุณหมอที่เข้าเวรเล่าว่า เด็กถูกส่งมาถึงโรงพยาบาลตอน 10:20 น. อุณหภูมิร่างกายแค่ 30.5 องศา หลังผ่านการดูแล ตอน 16:00 น.อุณหภูมิร่างกายก็กลับมาที่ 35.8 องศา สภาพทั่วไปของเด็กโอเค แต่เนื่องจากมีช่วงที่อุณหภูมิร่างกายลดต่ำเกินไป อาจจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญอาหารไม่ดีต่อการพัฒนาของสมองและอวัยวะภายใน อาจจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านร่างกายและสติปัญญาในอนาคต
หลังจากสอบปากคำอิงเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า อิงขาดความรู้ด้านกฎหมายอย่างรุนแรง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับทารก เธอจะมีความผิดในข้อหาละทิ้งอย่างจงใจ


Cr. http://www.siamvariety.com/view-14603.html
Loading...

Popular Posts