Loading...
Home » » หลังสาววัย 17 คลอดลูกในห้องน้ำ เธอก็กลับห้องเปลี่ยนกางเกงแล้วไปทำงานต่อ! #ตำรวจดูกล้องวงจรปิดแล้วก็ต้องอึ้ง!

หลังสาววัย 17 คลอดลูกในห้องน้ำ เธอก็กลับห้องเปลี่ยนกางเกงแล้วไปทำงานต่อ! #ตำรวจดูกล้องวงจรปิดแล้วก็ต้องอึ้ง!



เหตุเกิด ณ หอพักพนักงานของโรงงานรองเท้าแห่งหนึ่ง เมื่อมีเสียงเด็กร้องดังมาจากบนตึก แม่บ้านประจำหอพักจึงขึ้นไปที่ห้องน้ำชั้น 6 เพื่อดูว่าเสียงมาจากไหน แล้วก็พบว่าในคอห่านมีเด็กทารกเพศชายนอนอยู่ในกองเลือด เธอก็เลยรีบวิ่งลงมาชั้นล่างเพื่อขอความช่วยเหลือทันที

เรื่องนี้ถูกรายงานไปที่ผู้จัดการหอพัก เธอรีบไปอุ้มเด็กขึ้นมาทันที “ใครมันช่างไร้หัวใจ พ่อแม่ของเด็กคนนี้เป็นใคร?” สมองเธอเต็มไปด้วยความสงสัย เธอรีบโทรแจ้งตำรวจ พร้อมๆกับเปิดกล้องวงจรปิดออกดู ภาพที่เธอเห็นทำให้ต้องอึ้ง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
เมื่อได้รับแจ้งความตำรวจก็รีบรุดมาที่เกิดเหตุ พร้อมติดต่อโรงพยาบาลเพื่อส่งตัวเด็กไปตรวจรักษา และค้นหาแม่เด็กไปพร้อมๆกัน

ตำรวจสันนิษฐานว่าแม่ของเด็กน่าจะเป็นพนักงานในโรงงาน จากภาพในกล้องวงจรปิด เมื่อวานตอน 8 โมงเช้า มีผู้หญิงสวมเสื้อสีแดงคนนึงเข้าไปในห้องน้ำหญิงชั้น 6
เพียงหัวหน้าฝ่ายบุคคลเห็นภาพก็จำได้ว่าผู้หญิงเสื้อแดงคนนั้นเป็นพนักงานวัย 17 ชื่ออิง (นามสมมติ) : “เราเข้าไปในฝ่ายผลิตเพื่อตามหาเธอ เธอยังนั่งทำงานอยู่ตรงนั้น ด้วยสีหน้านิ่งๆ รอบๆตัวมีคนมากมาย เราก็เลยเรียกเธอเข้ามาคุยในออฟฟิศ เธอยืนยันว่าเธอเป็นแค่เด็กสาวจะมีลูกได้ยังไง แต่พวกเราเห็นว่ามีคราบเลือดอยู่บนรองเท้าเธอ พอซักต่อไปอีกสักพัก เธอก็ยอมรับ”

พอพูดถึงแม่ยังสาวคนนั้น ผู้จัดการหอพักก็ส่ายหัว “เด็กคนนั้นใจร้ายมาก หลังจาก 8 โมงเช้าหอพักจะไม่ค่อยมีคน โชคดีที่เด็กทารกร้องเสียงดัง ตอนฉันเข้าไปอุ้มแก ตัวแกเย็นไปหมด ฉันใช้ผ้าห่มห่อตัวแก่ แล้วก็เปิดฮีทเตอร์ แล้วอุณหภูมิร่างกายแกก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ ฉันถึงได้วางใจ”

ผจก.หอพักยังเปิดเทปให้นักข่าวดูอีกครั้ง : เมื่อวานนี้เวลา 8:11:14 น. อิงเดินกุมท้องเข้าไปในห้องน้ำ; 8:13:03 น. อิงเดินออกมาจากห้องน้ำ ค่อยๆเดินกลับไปที่ห้อง ใช้เวลาทั้งหมด 1 นาที 49 วินาที หลังจากยืนยันได้ว่าเป็นอิง ตำรวจก็พาเธอไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย หคุณหมอบอกว่าร่างกายของเธอไม่มีปัญหาอะไร เพียงแค่มดลูกของเธอยังไม่สะอาดอาจเกิดการติดเชื้อได้ ต้องทำความสะอาดมดลูกก่อน จากนั้นคุณตำรวจก็ไปพบครอบครัวของอิง เพื่อเธอและลูกจะได้มีคนดูแล

ในห้องพักโรงพยาบาล อิงบอกกับนักข่าวว่า หนูชื่ออิง เกิดปี 1998 มีพี่ชาย 2 คนน้องสาว 1 คน แล้วนักข่าวก็เริ่มถามคำถาม:
นักข่าว : หนูรู้ว่าตัวเองตั้งท้องตั้งแต่เมื่อไหร่?
อิง : 4-5 เดือนที่แล้ว ตอนนั้นอยากอาเจียนบ่อยๆ ในท้องก็มีอะไรขยับ จนกระทั้งคลอด หนูน่าจะท้องได้ประมาณ 9 เดือน
นักข่าว : ไม่ได้บอกพ่อกับแม่หรอ

อิง : กลัวบอกแล้วจะโดนด่า ก็เลยไม่ได้บอกใคร
นักข่าว : แล้วหนูปิดบังคนอื่นยังไง
อิง : ไม่มีใครสนใจหนู ไม่มีใครเข้ามาถาม
นักข่าว : แล้วช่วงท้องหนูทำยังไง

อิง : ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บ้าน หนูอยู่กับแม่ แล้วก็น้องสาว หนูต้องแบกปุ๋ยขี้วัวขึ้นเขาบ่อยๆ ต้องปลูกผักปลูกข้าวโพด มีเวลายังไปรับจ้างดำนา แม่เองก็ยุ่ง น้องต้องเรียนหนังสือ พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจหนู พ่อกับพี่ชายก็ไปรับจ้างทำงานที่อื่น นานๆถึงจะกลับมาบ้านซักที 10 กว่าวันก่อน หนูได้งานทำที่โรงงานรองเท้าแห่งนี้
รูมเมทของอิงเล่าว่า แม้แต่เวลานอนอิงก็ไม่ถอดเสื้อผ้า เวลากินข้าวก็กินข้างนอกคนเดียว บางทีก็เอากลับห้องมากินต่อ แถมอิงก็ดูท้วมๆตั้งแต่แรก พอใส่เสื้อผ้าหลวมๆก็ดูไม่ออกว่าตั้งท้อง

พอคุยไปเรื่อยๆ อิงก็ค่อยๆพูดสิ่งที่อยู่ในใขออกมา
นักข่าว : พ่อของเด็กเป็นใครล่ะ

อิง : เขาชื่อเหมา แก่กว่าหนูปีนึง อยู่เมืองข้างๆ ปีที่แล้วตอนต้นปีน้าแนะนำให้เรารู้จักกัน เราก็เลยคบกัน ตอนแรกว่าจะหมั้น ที่บ้านหนูขอสินสอด 10,000 แต่บ้านเขามีแค่ 5,000 ผู้ใหญ่ของสองครอบครัวก็เลยตกลงกันไม่ได้ ผ่านไปสักพักเราก็เลยเลิกกัน คิดไม่ถึงว่าหนูจะท้องตั้งแต่ตอนนั้น
นักข่าว : แล้วตอนนี้เหมาอยู่ที่ไหน
อิง : ไม่รู้ค่ะ หลังเลิกกันก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย หนูแทบจะจำหน้าเขาไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ
นักข่าว : แล้วตอนแรกหนูเก็บเด็กไว้ ไม่ใช่เพื่อเขาหรอ

อิง : ไม่ใช่ค่ะ หนูไม่ชอบเค้าแล้ว แค่หนูกลัวไม่รู้จะทำยังไงดี ก็เลยไม่ได้ทำอะไร
นักข่าว : คลอดออกมาแล้ว ก็จะไม่เอาเด็กแล้วหรอ
อิง : ตอนนั้นหนูปวดท้องมาก ก็เลยไปเข้าห้องน้ำ พอเห็นลูกหลุดออกมา หนูกลัวก็เลยรีบออกมาจากห้องน้ำ กลับห้องเปลี่ยนกางเกงแล้วก็ไปทำงาน คิดเพียงแค่จะลืมเรื่องนี้ซะ

หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ตำรวจก็พาพ่อของอิงมาที่โรงพยาบาล และเตรียมผ่าตัดให้อิง
พ่ออิง : ลูกสาวผมยังไม่ได้แต่งงาน ผมไม่เอาเด็กคนนี้
นักข่าว : แล้วพวกคุณจะทำยังไงกับเด็กคนนี้
เขาตอบว่า เขาจะพยายามติดต่อกับบ้านของเหมา ให้เขาเอาเด็กไปเลี้ยง เหมาเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นพ่อคนแล้ว
หลังจากกล่าวลาอิง นักข่าวก็ไปที่ห้องเด็กเพิ่งคลอด ลูกของอิงกำลังโดนให้น้ำเกลือ คุณหมอที่เข้าเวรเล่าว่า เด็กถูกส่งมาถึงโรงพยาบาลตอน 10:20 น. อุณหภูมิร่างกายแค่ 30.5 องศา หลังผ่านการดูแล ตอน 16:00น. อุณหภูมิร่างกายก็กลับมาที่ 35.8 องศา สภาพทั่วไปของเด็กโอเค แต่เนื่องจากมีช่วงที่อุณหภูมิร่างกายลดต่ำเกินไป อาจจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญอาหาร ไม่ดีต่อการพัฒนาของสมองและอวัยวะภายใน อาจจะส่งผลต่อการพัฒนาด้านร่างกายและสติปัญญาในอนาคต
ตำรวจบอกว่า หลังจากสอบปากคำอิง ปรากฏว่าอิงขาดความรู้ด้านกฎหมายอย่างรุนแรง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับทารก เธอจะมีความผิดในข้อหาละทิ้งอย่างจงใจ

Cr. http://www.liekr.com/post_147350.html

Loading...

Popular Posts