Loading...
Home » » #ช้ำใจหนัก!!! รักแท้ 11ปี แต่ต้องมาแพ้ พริตตี้ 11 วัน...

#ช้ำใจหนัก!!! รักแท้ 11ปี แต่ต้องมาแพ้ พริตตี้ 11 วัน...



เรื่องราวสุดเศร้าของความรักนี้ถูกตั้งกระทู้ลงในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ชื่อกระทู้ว่า “รักแท้ 11 ปี แพ้พริตตี้ 11 วัน” ของคุณสมาชิกหมายเลข 2418960 เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมทุ่มเทเพื่อความรัก ยอมทนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เรียนจนจบ รวมระยะเวลาของความรักนี้ทั้งหมด 11 ปี แต่สุดท้ายความรักที่คิดว่าเป็นความรักแท้ๆ 11 ปี ต้องพังลง เมื่อชายคนรักทอดทิ้งเธอไปเพราะสาวสวยพริตตี้ที่รู้จักกัน 11 วัน!!! เรื่องราวจะเป็นยังไงเราไปติดตามกันเลย

รักแท้ 11 ปี แพ้พริตตี้ 11 วัน
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองก่อนนะค่ะ ชื่อ “ม่อน” ค่ะ คบกับแฟนเก่ามา 11 ปี คบตั้งแต่สมัยเรียนปี 2 เพิ่งเลิกกันเมื่อ 24 เมษา 58 เพราะโดนพริตตี้แย่งไป โดยนางเข้ามาจีบแฟนเก่าเรา ด้วยวิธีรุกล้ำเลิศ ความรักของเราจึงพังลง วันนี้ก้อร่วม 5 เดือนเต็ม ทำใจได้แล้ว เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครหลายๆคนที่ความรักมาถึงทางตัน

นับไปตั้งแต่สมัยเรียน ปี 2548 นานไปนิดนึงนะ เราสองคนเรียนคณะเดียวกัน แฟนเก่าเป็นรุ่นน้อง 1 ปี เป็นน้องรหัสของเพื่อนสนิท เพื่อนแนะนำให้รู้จักกัน แรกๆก้อเจอกันบ้าง แต่ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แค่รู้สึกว่าคนนี้หน้าตารูปร่างผิวถูกชะตาดี จนผ่านเชียร์คณะเสร็จ เพื่อนเลยนัดรวมกลุ่มกันเพื่อแชร์เลี้ยงน้องรหัสกัน พองานเลี้ยงเลิก ก้อมีการแลกเบอร์กันนิดหน่อย แรกๆเค้าก้อแค่ส่งข้อความมาหา “ตั้งใจอ่านหนังสือนะ สู้ๆ GetA” สักเดือนนึงจากที่เคยส่งข้อความมา ก้อเปลี่ยนเป็นชอบโทรมาชวนคุยไปเรื่อยๆ แรกๆเราก้อไม่คิดว่ามาจีบหรอก นึกว่าชวนคุยเล่น ตามประสาวัยรุ่น ระยะนึงเค้าก้อบอกว่าขอจีบเราได้ป่าว เราก้ออึ้งไป เพราะช่วงนั้นเราก้อมีคนคุยอยู่ด้วย 2 คน แต่ก้อยังไม่ได้เป็นแฟนกับใคร เพราะอยากโฟกัสที่เรื่องเรียนก่อน พอเค้าบอกว่าขอจีบ เราก้อหายจากเค้าไปเลย 1 เดือน โทรมาไม่รับ ไม่โทรกลับ วันละ 40 สาย จนบางทีทิ้งมือถือไว้ที่ห้องเลย รู้สึกรำคาญมาก sms มาวันละหลายครั้ง เราก้อไม่เคยส่งกลับ ยิ่งเค้าทำตัวแบบนี้เราก้อยิ่งหลบ ไม่อยากเจอหน้าเลย บางวันมานั่งดักรอที่หน้าหอในหอพักหญิง เราก้อขับมอไซด์ผ่านสวยๆทำเนียนมองไม่เหน เสาร์อาทิตย์เค้าก้อจะเอาของโปรดเรามาฝากไว้ให้ที่ป้อมยาม แล้ว sms มาบอกว่าลงไปเอาของโปรดมาทานด้วยนะ เลิกพฤติกรรมไม่โทรจิกเลย ทำแบบนี้ร่วมเดือนได้ มีวันนึงเราไปวิ่งที่สนามกีฬาบังเอิญเจอกัน เลยคุยๆ ขอบคุณสำหรับของกินที่ฝากไว้ให้ รู้สึกถูกชะตามากขึ้น รู้สึกเค้าดูดีหล่อขึ้น รักษาสุขภาพเหมือนกัน เลยเริ่มคุยกับเค้าคนเดียว เหมือนเปิดใจอ่ะ

หลังจากนั้น 3 เดือน ก้อเริ่มคบหากันในฐานะแฟน

– ทุกเช้าเค้าจะโทรปลุกไปเรียน เพราะเราชอบนอนตื่นสาย ทำแบบนี้ทุกวัน
– ตอนเย็นพาไปออกกำลังกาย พากินข้าว ส่งกลับหอ
– ก่อนนอนก้อ sms มาหาทุกวัน
– เสาร์อาทิตย์ เราตื่นสาย เค้าก้อจะเอาอาหาร ยำผักบุ้งกรอบร้านดัง ชาเขียว ลิ้นจี่ ทุเรียน มาฝากไว้ที่ป้อมยามให้ ตื่นมาก้อลงไปเอามากินพร้อมเพื่อนๆ ตอนเย็นเค้าก้อจะมารับชวนไปเดินตลาดนัดขายของในมอ อยากได้อะไรที่น่ารักเค้าก้อจะซื้อให้หมด ออกให้หมด ถือให้ด้วย เป็นแบบนี้มาเป็นปีๆ ก้อมีความสุขดี แบบไม่ได้โหยหาหรือคุยกับคนอื่น ก้อหยุดที่เค้า เพราะเป็นคนชอบคบเป็นคนๆไป

เราเคยผ่านทุกข์ผ่านสุขด้วยกันมาเยอะ เรียกว่าเกือบตายด้วยกันมาก้อมี ตอนเราเรียนปี 3 ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ ฝนตกพรำๆในมอ ตอนเย็นเค้ามารับไปทานข้าว ซื้อขนม แล้วขับรถมาส่งที่โรงอาหาร เพื่อเราจะได้ติวกับเพื่อน ระหว่างทางมีรถยนต์สวนมา ประสานงานกับมอไซด์ เราตัวลอยตกลงมาหัวฟาดพื้นกระโหลกร้าว เลือดคั่งในสมอง ส่วนเค้าขาหักนิ้วก้อยหัก หนักถึงขั้นว่ามอไซด์คันนั้นเครื่องพังแตก ใช้ไม่ได้อีกเลย เราก้อไม่ได้ไปสอบ พักฟื้นเกือบเดือน ทรงตัวเดินไม่ได้เลย ทานอะไรก้ออ้วกออกมาหมด ผอมลงมาก อาจารย์หมอก้อบอกว่าเป็นคนที่โชคดีมาก อีกนิดเดียวถึงจุดสำคัญ อาจเป็นเจ้าหญิงนิทราได้ หลังจากเกิดเหตุ พ่อเราก้อมาเยี่ยม พ่อด่าเค้าสารพัด โดยส่วนตัวพ่อเป็นคนดุมาก ไม่อยากให้มีแฟน หวงมากเหมือนไข่ในหิน ขออะไรก้อให้ แต่พ่อจะขอกลับ ห้ามมีแฟน พอพ่อมาเจอว่าประสบอุบัติเหตุกับผู้ชาย พ่อก้อแทบจะไปกระทืบผู้ชาย ด้วยความกลัวหรือจิตใต้สำนึกแห่งความหลงรึเปล่าไม่รุ้ เค้าก้อตอบและสัญญากับพ่อว่า “จะรักและดูแลเราไปตลอดชีวิต” พ่อเสียชีวิตไปจากโรคมะเร็งปอดก่อนหน้าที่เราจะเลิกกัน 4 ปี ซึ่งไม่รุ้ว่าการสัญญาอะไรกับคนที่ตายไปแล้วมันน่ากลัวมากนะ คนตายไม่มีวันลืม สุดท้ายแล้วเราค่อยมาสอบซ่อมภายหลัง ดีที่มีเพื่อนดี เพื่อนก้อช่วยติว ผ่านปี 3 ได้
พอเรียนปีที่ 4 เค้าปีที่ 3 ถือเป็นปีที่เค้าลำบากมาก

พ่อแม่เค้าไม่เข้าใจ ไม่ซื้อรถคันใหม่ให้ เราก้อใช้รถคันเดียวกัน แต่อยู่คนละหอ ห่างกันเกือบ 5 โล ต้องมาคอยรับส่งกัน เช้ามารับเรา เรียนเสร็จบางทีเราก้อต้องนั่งรอ มิหนำซ้ำพ่อแม่เค้าไม่เข้าใจถึงขนาดว่า ไม่ส่งเงินให้เรียนด้วย เลิกเรียนเราสองคน ต้องไปติดประกาศสอนพิเศษ เดินแจกใบปลิวที่โรงเรียนสาธิต หลังจากนั้นก้อมีงานสอน หลังเลิกเรียน เราสองคนต้องแบกกระดานไวท์บอร์ดไปรอเด็กนักเรียนที่นั่น ได้ค่าจ้างวันละ 280 บาท ยิ่งช่วงไหนช่วงสอบจะเหนื่อยมาก เราต้องรีบไปสอน กว่าจะได้กลับมาอ่านหนังสือเลือดตาแทบกระเด็น วิชาเรียนก้อมีแต่วิชายากโครตๆ เสาร์อาทิตย์ก้อต้องหาเงิน สอนพิเศษ ตั้งแต่ 09.00-16.00 น. พักแค่เที่ยง แยกกันสอน ได้คนละ 3 พันต่อวัน เก็บเงินช่วยกัน เพื่อเอาไปช่วยเค้าดาวน์มอไซด์ เพราะการมีรถคันเดียวลำบากมาก ไหนเค้าจะต้องเก็บค่าเทอมอีก ค่าหอ ค่าใช้จ่าย คือบ้านเค้าไม่ส่งเงินให้เลยตั้งแต่ ปี3 จนกระทั่งจบ เรียกว่าพอเป็นแฟนกันร่วมทุกข์มากกว่าร่วมสุขอีก ยังดีที่เราเป็นรุ่นพี่ เวลาช่วงสอบเราจะแยกชีทสำคัญไว้ให้ สอบเสร็จขีดๆที่ออกไว้ให้ เก็บเรียงๆไว้ พอเค้าสอบเค้าก้อเอามาอ่าน ก้อสามารถผ่านไปได้แบบสบายๆ ชีวิตเราสองคนลำบากด้วยกันมาแบบนี้จนจบ

ถ้าเอาจริงๆเราก้อสบายนะ มีพ่อตามใจคอยส่งเงินให้ไม่ขาดมือ แต่เราสงสารและเห็นใจเค้า เราก้อคิดว่าชีวิตมันต้องท้าทาย อยากลำบากไปกับเค้า ไม่ให้เค้ารุ้สึกรันทดน้อยใจที่บ้าน คอยแบ่งเบาความทุกข์และเติมความสุขให้กัน ถือสะว่าเงินที่เราได้มาก้อเก็บไว้ไปเที่ยวกรุงเทพหรือซื้ออะไรก้อได้ มันน่าภูมิใจนะพ่อส่งให้เดือนละ 6,000 แต่หาเงินเองได้เดือนละ 12,000 เวลาที่เราปิดเทอมเราก้อจะไปเที่ยวไกลๆสัก 3 วัน ก่อนเราจะกลับบ้านสักอาทิตย์ ค่อยกลับมาสอนพิเศษช่วงปิดเทอม ได้เดือนละเกือบ 30,000 เรยนะ เพราะเล่นสอนทุกวัน เหนื่อยมาก

พอเราจบเราก้อมาทำงานที่กรุงเทพ เค้าก้อเรียนปีสุดท้าย เค้าก้อจะนั่งรถทัวร์มาหาเราเดือนละครั้ง โดยเอาเงินเก็บจากสอนพิเศษ กิน เที่ยวห้าง จากเด็กต่างจังหวัดก้อมีความสุขอีกแบบ เงินเดือนเดือนแรกออก เราก้อแบ่งให้ที่บ้าน เค้าก้อมาร่วมฉลองด้วย เราก้อแบ่งเงินซื้อกางเกงยีนส์ให้เค้า เพราะเค้าไม่ค่อยมีเสื้อผ้า เดือนที่สองที่เราทำงานเค้าก้อมา เพราะเป็นวันเกิดเค้าด้วย เราก้อซื้อแมวให้เค้า 1 ตัว เค้าตั้งชื่อว่า “เบิร์ดเดย์” เค้าเป็นผู้ชายที่รักแมวและชอบแมวมาก ถึงแม้ว่าตอนนี้แมวตัวนั้นจะไม่อยู่แล้วก้อตาม
พอเค้าเรียนจบ เค้าก้อมาทำงานที่เดียวกับเรา ปกติบริษัทจะไม่รับพนักงานที่เป็นแฟนกันมาทำงานที่เดียวกัน ตอนเค้ามาฝึกงาน เราก้อต้องทำเนียน ไม่สนิทกัน จนเค้าได้งานที่นั่นแล้ว สักพักเราถึงเริ่มคบก้นแบบเปิดเผย ตอนทำงานเราก้อช่วยกันเก็บเงิน จะด้วยวิธีไหนประหยัดได้เราเอาหมด เพราะเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันว่าไม่อยากเป็นลูกจ้างนาน เหนื่อย กดดัน คนได้ดีก้อมักเป็นคนฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน คนขายผลงานอย่างเราไม่ค่อยได้ดีหรอก ตรง จริงใจเกินไป เสแสร้งไม่เก่ง เลียหัวหน้าก้อไม่เป็น

งานที่ทำสังกัดบริษัทเดียวกัน แต่คนละเขต เค้าเขตใต้ เราเขตตะวันตก จะได้เจอกัน ลืมบอกไป เป็นงานเกี่ยวกับการขาย เดือนนึงจะเจอกันวันเข้าทริป วันออกทริป ประมานอาทิตย์นึงได้ พอมีเงิน เราก้อสบาย กินหรูอยู่แพง เที่ยวสนุก แต่งตัวดี เพราะมีรายได้ดีเหมือนกัน

มีอะไรเค้าก้อจะชอบมาเล่าให้ฟังหมด ลูกค้าคนนี้เจ้าชู้มาก ชอบชวนไปอาบอบนวด ถ้าไม่ไปจะไม่สั่งของ ไม่ช่วยยอด เค้าเลยต้องไป แรกๆก้อไปนั่งรอ หลังๆก้อบังคับ แต่เค้าก้อปฎิเสธ ขอเป็นคนที่จ่ายให้ลูกค้า แต่ไม่ขอเข้าใช้บริการ ขอนั่งรอ กลัวติดโรค

พอครบ 3 ปี ความเฉื่อยในการทำงานก้อมากขึ้น เริ่มมีปากเสียงกับหัวหน้าเผด็จการ จนตอนหลังเค้าก้อโดนบีบออกจากงานก่อนเรา เราก้อเลยลงขันทำร้านกาแฟกับเค้าประมาน 700,000 เพราะเราสองคนชอบกินกาแฟมาก คิดว่ามาทำแล้วคงมีความสุข ถ้าไปได้ดี เราก้อจะออกมาทำด้วยกันเต็มตัวเรย ให้เค้าเป็นคนคุมร้าน ใช้เบอร์เค้าเป็นเบอร์ร้าน วันไหนที่เราว่างเราก้อจะไปนั่งและช่วยกันทำงาน

เปิดร้านกาแฟก้อเรียบๆ ไปได้เรื่อยๆ สัก 3 เดือน ก้อเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เราสังเกตุได้ว่ามีผู้หญิงหน้าเดิมๆ 3-4 คน มานั่งประจำ มาทุกวัน จนรุ้สึกผิดปกติ หลังๆไม่แค่มานั่ง มีโทรมาคุยเล่น มีไลน์คุยกัน พอเราเห็นเค้าก้อตอบว่าไม่มีอะไร

– หญิง พ มีลูกมีผัวแล้ว จะมานั่งที่ร้านเรา มาตั้งแต่เที่ยงถึงหกโมงเย็น พอตกเย็นก้อกลับบ้านหาลูก ขอจีบแฟนเก่าเรา ตื๊อสุดฤทธิ์ ไม่รุ้หนังหน้าทำด้วยอะไร คนสมัยนี้ ไม่มีจิตสำนึกถึงลูกผัวเลย
– หญิง อ1 ทำงานที่ศาลายา ชอบแฟนเรามาก ขอคบแบบไม่มีเงื่อนไข ทุกเย็นหลังเลิกงานก้อจะมานั่งที่ร้านประจำ
– หญิง ม มากินแล้วขอเบอร์ขอไลน์ จีบแบบออกนอกหน้า
– หญิง อ2 ชอบส่งรูปใส่ทูพีชมาอวดมายั่ว พูดประมานว่ามีไรกันได้นะ แบบไม่ต้องผูกมัด เราก้อมีแฟน เทอก้อมีแฟน เรามีอะไรกัน ต่างคนก้อต่างแยกย้าย กลับบ่นใครบ้านมัน คนสมัยนี้ เราแอบไปดูไลน์มันมา ปรี๊ดแตกมาก

หลังๆ พอเราเริ่มรู้ว่าเค้ามีคนอื่นเข้ามามากขึ้น มาคุยมาเซ้าซี้ ตัดสินใจปิดร้านกาแฟไปเลย เป็นคนเกลียดการทะเลาะ ช่วงนั้นทะเลาะกันทุกวัน เพราะเรื่องคนอื่นที่มาพัวพัน

หลังจากปิดตัวร้านกาแฟไป เค้าก้อกลับไปทำงานเป็นเซลล์ต่อที่ภาคใต้เหมือนเดิม เจอกันปลายเดือน กลับมาแต่ละครั้งก้อดูแพรวพราว มีชีวิตชีวาขึ้น ดูเป็นคนเจ้าชู้ไปเลย แอบดูมือถือก้อไม่มีความเคลื่อนไหว รอบคอบมาอย่างดี คุยกับใครมาเค้าลบหมด แต่ก้อพอรุ้จากเพื่อนทางภาคใต้มาบ้าง ว่าเห็นเดินกับผู้หญิง กลับมาหาเราเราก้อไม่ถาม เก็บไว้ในใจ นอยด์ไปนาน คิดอยู่เสมอว่าคนของเราไม่น่าเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ จากคนดีๆใสซื่อรักเดียวใจเดียว ถ้าเราจับได้คาหนังคาเขา เราถึงจะบอกเลิกแบบไม่แยแส
ช่วงเดือนพฤศจิกายน 56 เราก้อลาออกจากงาน กะมาทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับที่เรียนมา เพราะมันคงถึงจุดพีคในการเป็นลูกจ้างแล้ว น่าจะถึงเวลาที่ต้องหันหลัง และมาสร้างอนาคตให้ตัวเองได้แล้ว ดีกว่าเลื่อนลอยไปเรื่อยๆ ยิ่งเกาะบริษัทนาน โลกของเราก้อจะแคบลง ออกมาเผชิญเองอาจไม่สบายเหมือนตอนอยู่กับบริษัท แต่คนเราชีวิตต้องสู้และท้าทาย ถ้าไปได้ดี ก้อดีเพราะลำแข้งตัวเอง น่าภูมิใจสุดๆ

หลังจากนั้นเราก้อเริ่มมาทำร้านตัวเอง ใช้เวลาในการจัดสรรอะไรกว่าจะเข้ารูปเข้ารอยก้อร่วมปีเลย ถือเป็นการพักยาว สร้างสมาธิ ส่วนกับเค้าก้อจะเจอกันช่วงปลายเดือน เค้าทำงานมาร่วมปีไม่มีเงินเก็บเลย เงินหายไปไหนหมด ปกติเป็นคนที่เค็มมาก มัธยัสถ์สุดๆ เหล้าไม่กินบุหรี่ไม่สูบ แต่งตัวเสื้อผ้าเราก้อซื้อให้ เพราะเค้าบอกว่าถ้าเราอยากเห็นเค้าแบบไหนก้อจัดการให้เรย เราก้อชอบซื้อให้อยู่แล้ว ไม่ชอบให้ใครมาว่าคนรักของเราลับหลัง ว่าแต่งตัวไม่ได้เรื่อง ไม่มีใครดูแลเรยหรา ว่างั้นไป ลุคเสื้อลายสก็อตแบรนด์ดังกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ หล่อมากบอกเลย ชอบ ไปกินหรูๆเราก้อเลี้ยงตลอด เพราะเห็นเค้าไม่มีเงินเลย สตาบัคเราก้อเลี้ยงทุกวัน รถที่ขับไปเที่ยวก้อรถเรา น้ำมันเราออก เพราะรักไงเลยยอม ไม่คิดว่าเรื่องเงินเป็นปัญหา เราพอมีเงินบ้างก้อจ่ายให้แฟนได้ ถือสะว่าชดเชยกันไป เพราะตอนเรียนเค้าก้อเคยเลี้ยงเรามาเยอะเหมือนกัน

ก่อนเปิดร้านประมาณ 3 เดือนได้ เราก้อคุยกับเค้าตรงๆถึงเรื่องอนาคต ว่าจะทำงานภาคใต้ไปเรื่อยๆเลยเหรอ เงินก้อไม่เหลือ คุ้มไหม กับการเอาชีวิตไปเสี่ยงที่ภาคใต้ ขับรถเหนื่อยๆ ทางเปลี่ยวๆ อันตรายมาก ไม่คุ้มเลยนะ เอางี้แล้วกัน เป้(ขอใช้ชื่อแทนตัวเค้าว่าเป้ละกัน) เราว่าเป้ลาออกเหอะ มาทำร้านกับเราโดยไม่ต้องออกอะไร ออกเท่าที่ไหวที่มีก้อพอ เราไม่ซีเรียสหรอกเรื่องเงิน มันหมดไปเพราะการลงทุนเกือบล้าน แต่เรามาช่วยกันทำกันสร้าง เดี๋ยวเงินมันก้อกลับมาหาเราเองนะเป้ เป้ก้อตัดสินใจได้ว่าจะลาออก มาทำร้านร่วมกับเรา เช่าตึก เราก้อพักอยู่ที่นี่ ชีวิตเรียบง่ายดี ไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายขับรถเป็นเซลล์บนท้องถนน แล้วเราค่อยหาธุรกิจอื่นเพิ่ม เพื่อจะได้มีรายได้หลายๆทาง เช่น เปิดขายของทางเพจ นำเข้าแมวนอกมาเพาะขาย ทุกอย่างเราลงทุนคนเดียวเลย เป้ไม่มีเงินเลย แรกๆที่เปิดร้าน รายได้ยังไม่ดี ข้าว น้ำ ขนม เราต้องเลี้ยงเป้หมด ค่าเช่าตึกเดือนละ 15,000 แรกๆเราออกหมด ค่าไฟค่าน้ำ ค่าอาหารแมวเกือบ 20 ตัว เราออกหมด โดยไม่มีการบ่นว่าต่อว่าเป้เลย เพราะคำว่ารักคำเดียวแท้ๆ รักที่เสียสละได้ทุกสิ่ง ถ้าเป็นคนอื่นเราว่าคงปรี้ดแตกไปนาน คงว่าไปแล้วว่าเป็นผู้ชายอะไรมาเกาะผู้หญิงได้ขนาดนี้

ช่วงเปิดร้านพอเข้าเดือนที่ 2 รายได้ก้อดีขึ้นมาก พอสิ้นเดือนกำไรที่ได้หักค่าใช้จ่ายภายในร้าน เราจะ แบ่งให้เป้ 40% โดยที่เป้ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย รายได้ทางอื่นอีก 3 ทาง เราก้อแบ่งให้เป้ 40% ทุกอย่าง เราสองคนไม่ได้เก็บเงินกระเป๋าเดียวกัน ต่างคนต่างมีส่วนตัว รายจ่ายแต่ละวันเป้ก้อไม่ได้ออกอะไรเลย ข้าว ขนม กาแฟ ดูหนัง ใช้เงินร้านเป็นเบี้ยเลี้ยงให้หมด พอบางช่วงเราถามเป้ว่า เป้ช่วยออกค่าแมวหน่อย เราจะนำเข้ามาเพิ่ม เป้จะตัดบททันที ไม่มีเงินเลย เงินหมด ในใจก้อคิดนะ ยิ้มเอาเวลาไหนไปใช้เงินว่ะ อ้างว่าติดหนี้บัตรเครดิตบ้าง คนงกๆอย่างเป้ เอาเวลาไหนไปรูดว่ะ ลืมบอกไปร้านเราหยุดทุกวันพุธ เย็นวันอังคารเค้าจะรีบเก็บของไปนอนที่บ้าน บ้านเค้าอยู่ที่ราชบุรี ร้านเราอยู่นครปฐม ซึ่งไม่ไกลกันมาก

พักหลังๆตอนลงมาทำงานที่ร้าน ก้อเหนคุยไลน์ตลอด ปากก้ออ้างว่าลูกค้า คุยเฟซบ้าง บางทีก้อเอือมนะ นั่งข้างๆกันแต่ไปคุยไลน์กับคนอื่น นอนก้อนอนข้างยังคุยไลน์กับคนอื่น เบื่อจัง จนบางทีคิดว่าเลิกดีไหม นับวันยิ่ง ยิ้ม นิสัยแย่จังว่ะ หลังๆเอือม จึงแยกกันอยู่ เราลงไปนอนชั้น2 ให้เป้นอนชั้น 3 ละกัน บางทีการอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง อารมณ์เบื่อหน่ายกันมันคงมีมากขึ้น เว้ยระยะห่างแล้วกัน ส่วนตัวเวลาปิดร้าน กินข้าวกลับร้านแยกย้ายละกัน

เป็นอย่างงี้มาเรื่อยๆ นับวันก้อยิ่งจืด ความรักน้อยลงทุกวัน ไม่ค่อยแคร์กัน จนเราตั้งมั่นแล้ว จับได้เมื่อไหร่แบบคาหนังคาเขา จบกัน ไม่ทน พอเรามาใช้ชีวิตแบบแยกห้องนอน เราก้อสวดมนต์ทำบุญมาก ไม่พยายามหาใครสักคนมาคุยแก้เหงาคั่นเวลา เพราะยังไงก้อถือว่าเรากับเค้ายังคบกันอยู่ ทำแบบนั้นมันไม่ถูกต้องไง ไม่แฟร์

พักหลังๆชอบขโมยเงินร้านไปแบบไม่บอก เอาเข้ากระเป๋าตัวเองหมด บางทีรายได้จากทางอื่นที่เราเคยแบ่งให้ 40% บางทีก้อขอหมดคนเดียว อ้างตลอดพ่อป่วย พ่อเป็นเบาหวานเข้าโรงบาลบ้างแหละ ต่างๆนานๆ เราก้อช่วยเหลือไป เพราะเราก้อแทบไม่ได้ใช้อะไรมาก วันอังคารนี่ตั้งตารอเมื่อไหร่จะสองทุ่ม จะได้ปิดร้าน จะรีบกลับไปกินข้าวกับพ่อกับแม่ ยังคิดอยู่ในใจนะ ตอนเรียนนี่เกลียดกันมาก บ่นอยู่นั่น ทำให้ลำบาก ไม่ส่งเสีย ทีตอนนี้มารักกันจังว่ะ

จนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ขอปิดร้านตั้งแต่วันที่ 11-19 จะไปช่วยงานที่บ้าน ที่หนักกว่านั้นขอเงินกลับบ้าน 70,000 บอกว่าจะเอาไปรักษาพ่อ พ่อเป็นเบาหวานล้มในห้องน้ำ กระดูกสะโพกแตก เราก้อโง่ให้ไป ระหว่างนั้นเราก้อถือโอกาสปิดร้าน ถือว่าเป็นการพักผ่อน ลืมเล่าไปก่อนหน้านั้นเค้าบอกว่าขอบล็อกเฟซเรานะ เราอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงขนาดนี้ จะระแวงอะไรกัน ปล่อยให้เรามีโลกส่วนตัวในเฟซบ้าง และเวลานอน เราก้อโอเคร ให้ในสิ่งที่มันขอทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่เงินนะ ขอได้ทุกอย่าง อยากได้อะไรเสกให้หมด จนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเพื่อนสนิทมาพักด้วย นางก้อเอารูปในเฟซเป้มาให้ดูว่าโพสต์รูปคู่กับผู้หญิงหน้าปลอมนางหนึ่งที่แต่งหน้าจัดๆ เหมือนจะไปรำแก้บน ติดขนตาปลอมนึกว่ากันสาด ใส่เสื้อผ้าแหวกจนจะถึงสะดือ โพสต์รูปคู่กัน กอด หอม จูบ เอาเข้าไป ไปกินหรูอยู่แพง เช็คอินโรงแรมแพงๆ ไหนยิ้มบอกว่าจะเอาเงินไปรักษาพ่อที่ป่วย ไม่โทรไปตาม รอกลับมาเคลียร์ครั้งเดียว วินาทีที่เพื่อนเราเอารูปให้ดู น้ำตาไหลแบบไม่มีสาเหตุ จุกค่ะ เจ็บจนจุก นี่เหรอคนที่เรารักและเทิดทูลให้ทุกอย่าง ทำกันได้ ที่เคยสัญญาว่าจะดูแลเราไปจนตาย มันคืออะไร พูดเพื่อให้เรารักแบบตายใจ เพื่อหวังเกาะ-และสูบเงิน คงแค่นี้มั้ง หลังจากเหนภาพ โชคดีที่มีเพื่อนให้กำลังใจไม่ขาดสาย กินข้าวไม่ได้ 5 วัน เกิดมาจุกที่สุดในชีวิต เป็นคนที่เกลียดการถูกหักหลังมาก มาเจอจังๆก้อไปไม่เป็นเลยนะ แต่ต้องอดทน ไม่โทรไป รอมาเคลียร์กันแบบตัวเป็นๆละกัน พอวันที่ 20 เป้ก้อโทรมาบอกป๊ายังอยู่ที่โรงพยาบาล งานที่บ้านเยอะมาก เคลียร์ไม่ทัน ขอกลับมาทำงานเปิดร้านวันที่ 21 เมษา ละกัน

พอเป้กลับมาก้อมากอดเรา บอกคิดถึงจัง เราก้อทำตัวไม่รุ้ไมชี้ ปกติที่สุด รอเคลียร์เย็นนี้ พอปิดร้าน เราก้อชวนนางไปกินหมูกระทะ เรากระเดือกอาหารแทบไม่ลง ให้เค้ากินไปสักพักก่อน เราก้อเริ่มเปิดประเด็นไป

ม่อน : เป็นไงเป้ไปเที่ยวหัวหินสนุกไหมอ่ะ ผู้หญิงที่ไปด้วยสวยดีนะ แต่งหน้าจัดดี แต่งตัวก้อดีนะ ไปเจอที่ไหนอ่ะเป้
เป้ : ออ ไม่มีอะไรเพื่อนกัน คนนั้นเค้ามีแฟนแล้ว ไปเที่ยวด้วยกันเฉยๆ
ม่อน : อ้าว แล้วไปรุ้จักกันได้ไงอ่ะเป้
เป้ : เค้ามาจีบเรา มาชวนคุยในเฟซ เหนเราชอบโพสต์รูปกับหมาแมว เค้าเลยมาชวนคุย บอกเค้างานหนักมาก ไม่มีเวลาไปซื้ออาหารให้หมาเลย เอาอาหารที่ร้านมาให้หน่อยได้มั้ยที่บางแค เราก้อเอาไปให้ แค่นั้นเอง
ม่อน : แล้วมีอะไรเกินเลยไหม
เป้ : ก้อมีนะ นี่ม่อนเราเป็นผู้ชายนะ มันก้อเป็นเรื่องปกติป่าวว่ะ ระหว่างเราทุกอย่างมันก้อจืด เราก้อต้องหาสีสันในชีวิตบ้างดิ
ม่อน : แล้วมีที่ไหน
เป้ : ในรถ พอใจยัง จะถามอะไรอีกไหม ถ้าระหว่างเราเรื่องที่มันจืด เราจะหาคนอื่นมากินฟรีๆเพื่อเติมสีสันให้ชีวิตเรา มันผิดตรงไหนอ่ะ

ม่อน : เรารับไม่ได้ ตรงๆนะ เราไม่เคยนอกกายนอกใจเป้เลย ให้เป้เลือกละกัน ถ้าจะเลือกเราก้อหยุด ถ้าจะไปสนุกกับคนนั้นแล้วมาคบกับเรา เราไม่โอเคร เรามีเวลาให้ไม่มากนะเป้ เป้คิดดูเองละกัน เราเป็นคนที่ดีมากะเป้มาก ถ้าเป้อยากเห็นด้านมืดเรา เป้ก้อลองดูละกัน จะไดรู้กันไปเลย เราไม่ใช่ควายนะ
หลังจากนั้นก้อขับรถกลับบ้าน โดยไม่ได้คุยกันอีก เช้าวันต่อมาก้อทำงานตามปกติ มือเป้ก้อเล่นคุยไลน์ไม่ได้ห่าง รีบปิดร้านออกไปหานางพริตตี้นั้น คืนนั้นระหว่างนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก้อมีผู้ชายคนนึงแอดเฟซเรามา แล้วอินบ็อกมาบอกว่า เปนแฟนพริตตี้คนนั้นอยู่ เจ็บมาก กำลังจะแต่งงาน นอนรอผู้หญิงกลับบ้านเพราะผู้หญิงออกไปข้างนอกกับแฟนเรา กำลังจะแต่งงานกัน 20 มิย 58 แต่พอมาถาม พริตตี้ก้อบอกไม่อยากแต่งแล้ว เพราะไม่เห็นคนอย่างพี่จะมีความมั่นคงอะไรในชีวิตที่ฝากไว้ได้เลย ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก้อโกหกว่าไปงานศพเพื่อนพ่อที่หัวหิน ปล่อยพี่แกเหงาที่บ้านอยู่คนเดียว พอกลับมาก้อมีแต่คุยไลน์ ไม่สนใจคนที่นอนอยู่ข้างๆเลย บอกแค่ว่าถ้ารำคานมากนักก้อไปนอนที่อื่น ระหว่างเราต่อจากนี้ก้อต้องมีการเปลี่ยนแปลงนะ พี่แกบอกว่าพี่แกรับไม่ได้ เพราะพี่แกรักพริตตี้คนนี้มาก มากจนกำลังจะแต่งงานกัน แต่พี่แกไม่ได้รวย พนักงานเงินเดือนทั่วไป แค่หน้าตาดี พอมาคุยกับแฟนเรา นางคงเหนว่าเป็นเจ้าของธุรกิจ น่าจะฝากชีวิตไว้ด้วยได้ น่าจะดีกว่า

วันที่ 24 เมษา เราก้อคุยอีกที สรุปจะเอายังไง ทำแบบนี้งานเสียนะ ไปๆหายๆ ไม่คิดจะช่วยอะไรกันเลยใช่มั้ย วันนั้นเราไม่มีอารมทำงานเลย ตัดสินใจปิดร้าน เคลียร์ นางก้อบอกม่อนจะทำอะไรให้ชีวิตยุ่งยาก เราก้อยุกันแบบนี้แหละ เราก้อเปนแฟนกัน เค้าก้อยุในที่ของเค้า เงินก้อเงินในส่วนของเราที่เอาไปเลี้ยงนาง เด๋วเป้เอาเบื่อก้อกลับมาคบกันสองคนกะเราเหมือนเดิม เราไม่โอเคร เป้ไม่ไปใช่มั้ย ได้ งั้นเราจะจัดการเอง เราขึ้นไปบนชั้น 3 โยนข้าวของออกมาทางหน้าต่างกองที่ถนน คนมองตรึม เราไม่สนใจ อารมนี้ของขึ้นแล้ว นางมือสั่น ทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งไปเก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่กลางถนนขึ้นรถกะบะนาง พอนางเก็บของขึ้นรถหมด จังหวะนั้นแค้นยิ้มสุดๆ เราโยนรูปปั้นดินเหนียวรูปวัวเข้าที่กระจกหน้ารถกะบะนางแตก เอาคืนบ้าง แล้วพูดทิ้งท้ายว่า “สิ่งใดที่ทำกับกู รับผลของกรรมที่จะเกิดให้ได้ละกันนะ ถ้าไม่ตาย ชาตินี้กับกูเจอกันแน่ ไอ้หน้านรก” ตั้งแต่คบมาไม่เคยหยาบคายขนาดนี้ วันสุดท้ายจัดให้หนัก

หลังจากนั้นเราก้อประกาศตัวว่าเป็นศัตรูกันอย่างเป็นทางการ ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ เป้ก้อโพสต์รูปคู่โชว์หราว่าคบกับพริตตี้ ส่วนพริตตี้ก้อไล่พี่ผู้ชายคนนั้นออกจากบ้าน โพสต์ว่าคบกันวันที่ 5 เมษา ยอดเยี่ยมจ้า เอาวันที่ได้กันในรถวันแรกที่เจอกัน เป็นวันที่คบกัน ยอดเยี่ยมมากเลย

เราท่องเสมอว่าเราต้องลุกขึ้นให้ไว งานต้องเดินต่อ เมื่อเค้าไม่รักเราแล้ว ก้อปล่อยเค้าไป เราตายไม่ได้ งานพังไม่ได้ เลี้ยงแมว 20 ตัว รักมากด้วย ถ้าเราตรอมใจจนตาย แมวจะเอาอะไรกิน อยู่และสู้เพื่อแมว

ไม่วายนะ หลังจากนั้นเค้าก้อมาหากินทับรอยเรา ขโมยสมุดลูกค้าไปหมด ไปหาลูกค้าถึงบ้าน ใส่ไข่เราเสียๆหายๆ ยอดที่ร้านตกฮวบแบบแทบไม่มีรายได้ กินเงินเก่าทั้งนั้น ยิ่งกว่าแค้นค่ะ

เราต้องประคองตัวเองให้อยู่รอดโดยใช้เงินเก่า เป็นเวลา 3 เดือน แบกรับภาระต่างๆคนเดียวแบบไม่มีรายได้เข้ามาเลย มิหนำซ้ำตอนจังหวะที่เราไปโยนของเป้ออกนอกบ้าน เป้ก้อขโมยของในร้านเพื่อไปทำมาหากินเองเยอะมาก ยังไม่แล้ว ต่อจากนั้นอีกสักเดือน เราก้อมาชำระบิลที่นางแอบสั่งของเข้าร้าน แต่เก็บบิลไม่ให้เรารู้ แล้วเอาของนั้นไปหมด รวมเป็นเงิน 110,000 คือจุกค่ะ

จนมาถึงวันนี้ทุกอย่างในชีวิตเรา 5 เดือนที่เลิกกับเค้าไป เรามองความรักเป็นเรื่องที่ไม่กล้าก้าวเข้าไปยุ่งเรย ขออยู่บนคานทองอย่างสงบกับฝูงเพื่อน เปนแม่แมว 30 ตัวที่เราฟูมฟักมาคนเดียว ถ้าหาดีไม่ได้ก้ออย่ามีดีกว่า ระยะเวลาที่เลิกกับคนศีลต่ำ ศีลไม่เสมอกัน ภายในระยะเวลาสั้นๆ เราเป็นผู้หญิงที่ใครก้อชมว่ายืนหยัดต่อได้ ยิ่งกว่าแกร่ง แค่ไม่ต้องส่งเสียเป้ เอาเงินนั้นมาเก็บ สามารถซื้อตึกเป็นของตัวเองได้ ผ่อนรถหมดได้ ภายในระยะเวลาสั้นๆ สำหรับเราคำว่าเป้คือรักแท้ของเรา มันคงไม่ใช่และเป็นรักแท้ที่มีอยู่จริง จากแต่ก่อนที่คิดว่าเป้คือรักแท้ คือคนที่เรารักมาก คือคนเดียวที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปจนตาย คือคนที่เราจะคอยเคียงข้างในยามที่สุขและทุกข์ไปด้วยกัน คือร่มเงาที่เราจะเอื้อให้แค่เค้าคนเดียวเท่านั้น ทุกอย่างมันโดน delete ไปหมดเลยค่ะ พร้อมกับคิดในหัวว่า เราคงเป็นคนนึงที่โชคดีกับความรักบ้างนะ ความรักที่เราไม่ต้องตามหา ความรักของคนที่ศีลเสมอกัน รักที่เป็นคู่แท้ รักที่ไม่ใช่คู่กรรม บางทีก้อแอบน้อยใจในโชคชะตานะ มาโสดตอน 30 โสดทั้งๆที่เป็นคนดีและทุ่มเทกับคนรักมาก มากจนเกินไป

ท้ายนี้ เราจะบอกเป้ว่า เราอโหสิกรรมให้เป้ทุกอย่างนะ ที่ผ่านมาเราจะถือว่าเป้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของม่อนตลอดระยะเวลา 11 ปี ที่เป้เคยสัญญากับเราว่าจะดูแลเราไปตลอดชีวิต สัญญากับพ่อเราด้วย เราจะจุดธูปบอกท่านให้อโหสิกรรมให้เป้ด้วย เราจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นนะ เราคงหมดกรรมกันแต่เพียงเท่านี้นะ

ที่มา: http://variety.teenee.com/foodforbrain/72084.html
Loading...

Popular Posts